บำรุง สายตา eye

บำรุง สายตา eye โรคตาปัญหาจากการใช้ชีวิตประจำวัน

บำรุง สายตา eye ที่ต้องพบกับมลภาวะต่างๆแสงสว่างจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งโรคเบาหวานที่อาจมีผลกระทบถึงการมองมองเห็น โรคตาที่พบได้มาก อาทิเช่น ต้อกระจก ต้อหิน จอประสาทตาเสื่อม (AMD)

ต้นสายปลายเหตุหนึ่งมาจากความเสื่อมของดวงตา

ที่เกิดขึ้นจากการสร้างอนุมูลอิสระ โดยเหตุนั้น จึงมีการนำเอาสมุนไพรรวมทั้งวิตามิน ซึ่งมีฤทธิ์ต้านทานการเกิดอนุมูลอิสระมาใช้ประโยชน์สำหรับการบำรุงสายตาเป็นต้นว่า

โอเมก้า 3, วิตามินเอ, วิตามินบี, วิตามินซี, สังกะสี เป็นต้นวิตามินบำรุงสายตาอาหารเสริมบำรุงสายตา วิตามินบำรุงสายตา

ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายตาในตอนนี้ ด้วยเหตุว่าทุกวันเราจะต้องใช้สายตากันอย่างมาก จนกระทั่งลืมไปว่าดวงตาของเราก็อยากพักผ่อนรวมทั้งได้รับการดูแลอย่างเดียวกันแม้จะมีสารอาหารจากของกินแต่ละมื้อที่พวกเรากินเข้าไป แต่ว่าก็อาจน้อยเกินไป และไม่กำเนิดคุณประโยชน์ต่อดวงตา

ก็เลยไม่ฉงนใจเลยว่า จากผลที่ได้รับจากการสำรวจของ The International Agency for the Prevention of Blindness (IAPB) เกี่ยวกับสุขภาพดวงตาของผู้ที่มีอายุ 50 ปีทั้งโลก บำรุงสายตาeye กว่า 45 ล้านคน พบว่า 80% จากจำนวนคนทั้งปวง มีปัญหาสายตาจนกระทั่งขั้นตาบอด

โอเมก้า 3 วันละ 3 ครั้ง ครั้ง ละ2 x 1000 มิลลิกรัม รวมทั้งติดตามผลทุก 3 เดือนตรงเวลา 1 ปี พบว่าสามารถลดอาการตาแห้ง ช่วยปรับประสิทธิภาพของน้ำตาดีขึ้น แล้วก็บำรุงประสาทตายังมีการวิจัยมากมายก่ายกองพบว่าโอเมก้า 3 จะช่วยผลิตน้ำตาให้มากขึ้น จึงช่วยให้ดวงตาเปียกชื้น ช่วยลดระดับความรุนแรงของอาการตาแห้ง ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการสายตาพร่ามัว เราสามารถทานอาหารที่มีโอเมก้า DHA สูงได้จากสัตว์ โดยเฉพาะปลา อีกทั้งปลาสมุทร และปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำจืด อาจจะมีมากน้อยต่างกันตามแต่ละชนิด

หรือธัญพืชพวกแฟล็กซีดเผือด (Flaxseed) เม็ดเชีย และก็พืชเชื้อสายถั่ววิตามินและเกลือแร่ที่สำคัญเกี่ยวกับการบำรุงสายตาคือ วิตามินเอ (Vitamin A) มีบทบาทสำคัญในการแลเห็น โดยเป็นองค์ประกอบสำคัญของโรดอปซิน (Rhodopsin)

ซึ่งเป็นโปรตีนที่อยู่ที่จุดรับแสงสว่าง บำรุง สายตา eye

เรตินาในดวงตา โดยการทำหน้าที่ควบคุมลักษณะการทำงานของเยื่อบุตารวมทั้งกระจกตา ช่วยในการมองเห็นในที่มืด การขาดวิตามินเอ บางทีอาจเกิดอาการที่รุนแรงได้เรียกว่า Xeropthalmia ในระยะต้นจะมีอาการตาบอดช่วงเวลากลางคืน (Night Blindness)

จำเป็นจะต้องได้รับวิตามินเอในการช่วยปกป้องเรตินาจากการประทุษร้ายของแสงอัลตราไวโอเลตรวมทั้งเพื่อการบำรุงสายตาอาการตาล้า สายตาเลือน แล้วก็ปัญหาเรื่องสายตา

เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากอะไรอาการตาล้า สายตาเลือน เกิดขึ้นได้จากหลายกรณี ตัวอย่างเช่น การมองหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นวันๆการอ่านหนังสือต่อเนื่องกันเป็นเวลานานเกินไป

การจ้องสายตาตอนที่ขับรถ

ซึ่งมูลเหตุทั้งหมดทั้งปวงนี้ เกิดจากการที่เราใช้สายตามากเกินไป บำรุง สายตาeye บวกกับโลกของเราที่ร้อนขึ้นทุกวี่วันๆทำให้ดวงตาจะต้องพบเจอกับแสงสว่าง UV ซึ่งเป็นอีกหนึ่งต้นตอที่รังแกดวงตาถึงแม้โรคที่เกี่ยวกับสายตาจะไม่ถูกเจอในระยะแรก แต่กลับพบว่ามีโรคหนึ่งที่เจอเพิ่มขึ้นอย่างเป็นจริงเป็นจัง นั่นเป็น

โรคจอประสาทตาเสื่อมก่อนวัยอันควรจะ (Age-related macular degeneration) ที่เรียกสั้นๆว่าโรค AMD ซึ่งอันตรายอย่างยิ่ง ในระยะเริ่มต้นจะยังไม่แสดงอาการอะไร ทำให้ผู้ที่เป็นโรคนี้ประมาทโรค AMD ไม่ได้มีต้นเหตุมาจากต้อกระจก ต้อหิน สายตาสั้น หรือสายตายาว แต่ว่ามีสาเหตุจากจอประสาทตาเริ่มเสื่อมมากขึ้นเรื่อยๆ มีลักษณะอาการตามัว เห็นภาพบิดเบี้ยว

เห็นจุดดำอยู่กลางภาพ เมื่อหน้าจอประสาทตาดับ จากเดิมที่เห็นอยู่ ก็จะมืดลงและก็ดับไปท้ายที่สุด

AMD เป็นโรคตาบอดก่อนวัย ปัจจุบันนี้ยังไม่มีแนวทางรักษาหน้าจอประสาทตาเสื่อมให้หายสนิท

ก็เลยเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ควรคุ้มครองก่อนจะสายเกินความจำเป็น ซึ่งนอกจากการดูแลถนอมดวงตาที่จำต้องตั้งใจ ของกินบำรุงสายตา วิตามินบํารุงสายตา เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้ดวงตา

โรคที่เกี่ยวกับสายตาเมื่อแก่ขึ้นเว้นแต่โรค Age-related macular degeneration (AMD) หรือโรคจอประสาทตาเสื่อมก่อนวัยอันควรจะที่เกิดอันตรายถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นแล้วเมื่อแก่ขึ้น

เราบางทีอาจจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับโรคที่เกี่ยวกับสายตาโรคอื่นๆที่อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองมองเห็น ซึ่งเริ่มเจอในคนที่อายุลดน้อยลงสายตายาวตามอายุ (Presbyopia)

เกิดขึ้นจากการที่เลนส์แก้วตาขาดความยืดหยุ่น กล้ามในตาที่ช่วยทำให้ปรับกำลังของตาสำหรับเพื่อการดูใกล้ดำเนินงานห่วยลง ทำให้จำต้องสวมแว่นตาเวลาดูใกล้ต้อกระจก (Cataract) มีสาเหตุมาจากเลนส์แก้วตาแข็งรวมทั้งขุ่นขึ้น สายตาก็เลยมัวลง จะเร็วหรือช้า มากหรือน้อย ขึ้นกับระดับและตำแหน่งของความมัว สามารถผ่าตัดใช้เครื่องสลายต้อ

ใส่แก้มตาเทียมแทนต้อหิน (Glaucoma)

เป็นผลมาจากความเสื่อมโทรมของเส้นประสาทตา ทำให้สูญเสียการมองมองเห็นได้ในที่สุด อาการช่วงแรกที่เจอเป็นจะมีความดันลูกตาสูง

แม้เป็นต้อหินแบบเฉียบพลัน จะปวดตา ตามัว และก็มองเห็นรุ้งกินน้ำรอบดวงไฟ อาจปวดศีรษะ อ้วก อ้วกร่วมด้วย แนวทางรักษา ใช้ยาหยอดตาแล้วก็ยารับประทานลดระดับความดันในลูกตาหรือผ่าตัดน้ำวุ้นตาเสื่อม (Vitreous Floaters) มีเหตุมาจากวุ้นตาเสื่อม น้ำวุ้นในตาเปลี่ยนสภาพ แลเห็นเป็นเงาดำ จุด เส้น วง

เส้นใยแมงมุมลอยไปๆมาๆ หรือมีแสงวาบเหมือนฟ้าแลบหรือแสงสว่างแฟลช หากปล่อยทิ้งกระทั่งจอประสาทตาฉีกให้ขาด หลุดลอก จะสูญเสียการมองมองเห็นถาวรเบาหวานขึ้นตา (Diabetic Retinopathy) พบในคนป่วยด้วยโรคเบาหวาน ปัจจัยกำเนิดน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้หลอดเลือดและระบบประสาทเสื่อมลง ทำให้ชั้นจอประสาทในลูกตาเสื่อม

หากทิ้งเอาไว้ไม่ได้รับการรักษาจะทำให้ตามัวแล้วก็ตาบอดได้ตาแห้ง (Dry Eyes) เกิดขึ้นได้เนื่องมาจากหลายสาเหตุ ยกตัวอย่างเช่น การทำงานไม่ดีเหมือนปกติของต่อมไขมันที่กลีบตา (Meibomian Gland Dysfunction) การใส่คอนแทคเลนส์

มองจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์นานๆทำให้การมองมองเห็นมัวลง รักษาได้โดยใช้น้ำตาเทียม และก็ปรับพฤติกรรมต้อเนื้อ (Pterygium) มีต้นเหตุมาจากความเสื่อมโทรมสภาพของเยื่อบุตา ทำให้มีเยื่อไม่ปกติเป็นเยื่อสีแดงยื่นเข้าไปในตาดำเป็นสามเหลี่ยม เบาๆลุกลาม ถ้าหากเป็นมาก ใกล้หรือบังปิดรูม่านตา การมองเห็นจะแตกต่างจากปกติ มีสายตาเอียงเยอะขึ้นหรือตามัวลงมากต้อลม (Pinguecula)

เกิดขึ้นได้เนื่องมาจากการสลายตัวของเยื่อบุตาเหมือนกันกับต้อเนื้อ แต่ยังไม่แพร่กระจายเข้าตาดำเป็นอยู่รอบๆเยื่อบุตาเพียงแค่นั้น จะมีอาการเพียงแค่เคือง แม้กระนั้นตาไม่มัวลง ถ้าเกิดเป็นร้ายแรงยื่นเข้าตาดำจะแปลงเป็น

ต้อเนื้อ วิตามินเอ บำรุง สายตา eye ที่อยู่ในของกิน มี 2 ลักษณะ

1. วิตามินเอบริสุทธิ์ (Retinol) พบได้ในผลิตผลจากสัตว์ เป็นต้นว่า ตับ ไข่แดง น้ำนม เนย

2. แคโรทีนอยด์ ยกตัวอย่างเช่น แคโรทีน ลูทีน ซีอะแซนทิน แหล่งของแคโรทีนเป็นผักผลไม้ที่มีสีส้มหรือสีเหลือง อย่างเช่น แครอท มะละกอ ฟักทอง มะม่วง ส้ม ขนุน เสาวรส และก็แหล่งของลูทีนกับซีอะแซนทินคือ ผักโขม ผักคะน้า ข้าวโพดหวาน บร็อกโคลี ถั่ว รวมทั้งผลไม้ที่มีสีแดง ส้ม เหลืองวิตามินซี นอกจากลูทีนและก็ซีอะแซนทินแล้ว

ผลไม้ที่มีสีแดง ส้ม เหลือง ก็ยังให้ “วิตามินซี” สูง

ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้ดีมากเลยเชียว โดยมีการศึกษาค้นคว้าพบว่า ถ้าเกิดรับประทานวิตามินซีวันละ 490 มิลลิกรัมขึ้นไป สามารถลดความเสี่ยงต่อโรคต้อกระจกได้ถึง 45% เพราะว่าวิตามินซีเป็นสารที่ใช้เพื่อการผลิตคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบหนึ่งของกระจกตาแล้วก็เยื่อบุตา

เช่นเดียวกับวิตามินอีที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีที่บางทีอาจเจอได้ในพวกถั่ว เมล็ดพืช ผักใบเขียวแนวทางสำหรับดูแลดวงตากระพริบตาให้บ่อยมากขึ้น ปกติแล้วคนเราจะกระพริบตาโดยเฉลี่ย 18 ครั้งใน 1 นาที แม้กระนั้นการจ้องจออาจจะส่งผลให้ความถี่สำหรับในการกระพริบตาต่ำลงโดยไม่ทันได้รู้สึกตัว นำมาซึ่งการทำให้ความชุ่มชื้นในตาลดลง

เกิดภาวะตาแห้ง แสบตา ร้องไห้หลายครั้ง

โดยเหตุนี้หมั่นเตือนตัวเองให้กระพริบตาเสมอเพื่อลดการเสี่ยงของการเกิดตาแห้งทดลองยื่นมือไป “Hi five” กับจอ บางทีอาจมองเป็นเรื่องขำขันที่จะต้องยื่นมือไปทักทายกับหน้าจอ แต่กระบวนการทำแบบนี้ถือได้ว่าเป็นการทดสอบที่ช่วยเช็คระยะห่างระหว่างสายตาแล้วก็จอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระยะที่พอดีโดยไม่ส่งผลให้ดวงตาเมื่อยล้าดูความสว่างของบริเวณแวดล้อม การทำงานอยู่จอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน

ในสิ่งแวดล้อมที่มีแสงไฟพอเพียง จะช่วยให้รู้สึกสบายตา ลดความเสี่ยงของการเกิดตาล้าปรับแสงสว่างหน้าจอให้พอดิบพอดี ควรจะปรับแสงสว่างให้รู้สึกสบายตาไม่สว่างจ้าหรือมืดกระทั่งเกินไปเพราะเหตุว่าจะก่อให้เกิดการเพ่งพินิศมากกว่า

กินวิตามินบำรุงสายตา

จำพวกวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี บำรุง สายตา eye รวมทั้งกรดไขมันอื่นๆดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นการกินอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสีสูงก็ช่วยบำรุงดวงตาได้เช่นเดียวกัน โดยได้ผลดีต่อเรตินา และก็เป็นสารสำคัญสำหรับการทำงานของเอนไซม์

ช่วยชะลอความเสื่อมโทรมของหน้าจอประสาทตา สังกะสีเจอได้ในเนื้อสัตว์ทุกชนิดรวมทั้งอาหารทะเล แต่ว่าดังนี้ก็ต้องระวังแนวทางปรุงอาหารด้วย เพราะเหตุว่าหากปรุงด้วยแนวทางทอด หรือเลือกเนื้อสัตว์ชนิดติดมันมากจนเกินไป รับประทานเป็นประจำนอกเหนือจากการที่จะทำให้น้ำหนักเกินมาตรฐาน ซึ่งทำให้มีการเสี่ยงที่จะเกิดโรคหน้าจอประสาทตาเสื่อมอีกด้วยวิตามินบี 2 (Riboflavin)

ช่วยสำหรับในการบำรุงสายตา

เยื่อเมือกตาและก็ม่านตา หากขาด จะมีลักษณะเลือดออกในตา ตาไวต่อแสงสว่าง อาการแสบตา ซึ่งทาง National Institute of Health ได้แนะนำขนาดต่อวันคือ 1.1-1.3 mg โดยจะพบวิตามินบี 2 ได้ในอาหารพวก สินค้านม เนื้อ

ธัญพืชยังมีพืชสมุนไพรอีกหลากหลายประเภทที่ผลต่อยับยั้งการทำงานของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวเนื่องกับการอักเสบ ช่วยลดการเสื่อมของตาเช่น ขมิ้น โสม แปะก๊วย บำรุง สายตา eye ชาเขียวสุดท้ายนอกจากรับประทานอาหารที่มีวิตามินบำรุงสายตาแล้ว

แม้จึงควรใช้สายตามากมายๆชี้แนะให้พักสายตาทุก 30 นาที โดยการมองต้นไม้หรือวัตถุสีเขียว หรือบางทีอาจกระพริบตาให้บ่อยขึ้น ซึ่งจะเป็นช่วยคลายกล้ามเนื้อรวมทั้งเส้นประสาทดวงตา ช่วยลดความเมื่อยล้าของตาได้ และควรควบคุมด้านการกินอาหาร บริหารร่างกายเป็นประจำ เพื่อลดโอกาสการเป็นโรคต่างๆที่อาจมีผลต่อดวงตาได้อาหารเสริมบำรุงสายตา วิตามินบำรุงสายตา ชนิดใด ที่จำเป็นจะต้องต่อดวงตาจากการศึกษาผลลัพธ์ งานศึกษาค้นคว้าและการวิจัย ต่างๆพบว่าสารอาหาร

วิตามิน ที่สามารถช่วยบำรุงสุขภาพดวงตา

ช่วยถนอมสายตา ได้มักประกอบไปด้วย ลูทีน, ซีแซนทีน, วิตามินเอ, โอเมเก้ 3, บิลเบอร์ปรี่สกัด, เบต้าแคโรทีน ดังข้อมูลด้านล่างนี้

ลูทีน (Lutein) มักพบในตาบริเวณจุดรับภาพ และก็หน้าจอประสาทตา ปฏิบัติภารกิจคุ้มครองรังสีจากแดด ช่วยกรองแสงสีสีน้ำเงินที่จะทำลายดวงตาและก็ช่วยปกป้องรักษาเซลล์ของจอประสาทตา การกินลูทีนวันละ 6 มก.

ช่วยลดความเสี่ยงของโรคจอประสาทตาเสื่อมได้ถึง 50%

ซีแซนทีน (Zeaxanthin) พบได้มากในดอกดาวเรือง โกจิเบอร์รี่ ผักคะน้า แตงร้านและฟักทอง โดยแซนทีนเป็นองค์ประกอบสำคัญในจอตา (Retina) โดยเฉพาะส่วน Macular ที่ประกอบไปด้วยเซลล์รับแสง

ยิ่งไปกว่านี้ยังปฏิบัติภารกิจกรองแสงและช่วยลดการสะท้อนของแสงสว่างเหมือนกันกับลูทีน มีคุณสมบัติสำหรับเพื่อการป้องกันโรคที่เกี่ยวกับดวงตาวิตามินเอ (Vitamin A) ช่วยทำให้ปรุงการมองมองเห็น ส่งผลการค้นคว้าที่เสนอแนะว่าการกินวิตามินเอ

จะช่วยชะลอการเกิดโรคที่รังแกหน้าจอประสาทตา (retina) ได้ ยิ่งกว่านั้นยังช่วยคุ้มครองโรคที่เกิดขึ้นและมีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาที่เกิดกับคนแก่โอเมก้า 3(Omega 3) มีการวิจัยมากมายพบว่า โอเมก้า-3 จะช่วยผลิตน้ำตาให้มากเพิ่มขึ้น

ช่วยให้ดวงตาเปียกชื้น ลดอาการตาแห้ง สาเหตุของสายตาขุ่นมัว งานศึกษาวิจัยบางชิ้นยังแสดงให้เห็นว่าผู้ที่กินอาหารที่มีโอเมก้า 3 จำนวนมาก เสี่ยงเกิดจอประสาทตาเสื่อมลดน้อยลงใบเสร็จรับเงินเบอร์รี่สกัด (Bilberry extract)

ช่วยป้องกันเลนส์ตา และก็สร้างความแข็งแรงให้กับคอลลาเจนซึ่งเป็นโครงสร้างของกระจกตา (Cornea) และก็เส้นเลือดฝอยในตา ป้องกันเซลล์ดวงตาขุ่นหมอง ที่มาของโรคต้อกระจก และก็ช่วยการมองเห็นในที่มืดให้กระจ่างขึ้น

lauramoraniglesias