Search for:
บำรุง สายตา eye
บำรุง สายตา eye

บำรุง สายตา eye โรคตาปัญหาจากการใช้ชีวิตประจำวัน

บำรุง สายตา eye ที่ต้องพบกับมลภาวะต่างๆแสงสว่างจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งโรคเบาหวานที่อาจมีผลกระทบถึงการมองมองเห็น โรคตาที่พบได้มาก อาทิเช่น ต้อกระจก ต้อหิน จอประสาทตาเสื่อม (AMD)

ต้นสายปลายเหตุหนึ่งมาจากความเสื่อมของดวงตา

ที่เกิดขึ้นจากการสร้างอนุมูลอิสระ โดยเหตุนั้น จึงมีการนำเอาสมุนไพรรวมทั้งวิตามิน ซึ่งมีฤทธิ์ต้านทานการเกิดอนุมูลอิสระมาใช้ประโยชน์สำหรับการบำรุงสายตาเป็นต้นว่า

โอเมก้า 3, วิตามินเอ, วิตามินบี, วิตามินซี, สังกะสี เป็นต้นวิตามินบำรุงสายตาอาหารเสริมบำรุงสายตา วิตามินบำรุงสายตา

ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายตาในตอนนี้ ด้วยเหตุว่าทุกวันเราจะต้องใช้สายตากันอย่างมาก จนกระทั่งลืมไปว่าดวงตาของเราก็อยากพักผ่อนรวมทั้งได้รับการดูแลอย่างเดียวกันแม้จะมีสารอาหารจากของกินแต่ละมื้อที่พวกเรากินเข้าไป แต่ว่าก็อาจน้อยเกินไป และไม่กำเนิดคุณประโยชน์ต่อดวงตา

ก็เลยไม่ฉงนใจเลยว่า จากผลที่ได้รับจากการสำรวจของ The International Agency for the Prevention of Blindness (IAPB) เกี่ยวกับสุขภาพดวงตาของผู้ที่มีอายุ 50 ปีทั้งโลก บำรุงสายตาeye กว่า 45 ล้านคน พบว่า 80% จากจำนวนคนทั้งปวง มีปัญหาสายตาจนกระทั่งขั้นตาบอด

โอเมก้า 3 วันละ 3 ครั้ง ครั้ง ละ2 x 1000 มิลลิกรัม รวมทั้งติดตามผลทุก 3 เดือนตรงเวลา 1 ปี พบว่าสามารถลดอาการตาแห้ง ช่วยปรับประสิทธิภาพของน้ำตาดีขึ้น แล้วก็บำรุงประสาทตายังมีการวิจัยมากมายก่ายกองพบว่าโอเมก้า 3 จะช่วยผลิตน้ำตาให้มากขึ้น จึงช่วยให้ดวงตาเปียกชื้น ช่วยลดระดับความรุนแรงของอาการตาแห้ง ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการสายตาพร่ามัว เราสามารถทานอาหารที่มีโอเมก้า DHA สูงได้จากสัตว์ โดยเฉพาะปลา อีกทั้งปลาสมุทร และปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำจืด อาจจะมีมากน้อยต่างกันตามแต่ละชนิด

หรือธัญพืชพวกแฟล็กซีดเผือด (Flaxseed) เม็ดเชีย และก็พืชเชื้อสายถั่ววิตามินและเกลือแร่ที่สำคัญเกี่ยวกับการบำรุงสายตาคือ วิตามินเอ (Vitamin A) มีบทบาทสำคัญในการแลเห็น โดยเป็นองค์ประกอบสำคัญของโรดอปซิน (Rhodopsin)

ซึ่งเป็นโปรตีนที่อยู่ที่จุดรับแสงสว่าง บำรุง สายตา eye

เรตินาในดวงตา โดยการทำหน้าที่ควบคุมลักษณะการทำงานของเยื่อบุตารวมทั้งกระจกตา ช่วยในการมองเห็นในที่มืด การขาดวิตามินเอ บางทีอาจเกิดอาการที่รุนแรงได้เรียกว่า Xeropthalmia ในระยะต้นจะมีอาการตาบอดช่วงเวลากลางคืน (Night Blindness)

จำเป็นจะต้องได้รับวิตามินเอในการช่วยปกป้องเรตินาจากการประทุษร้ายของแสงอัลตราไวโอเลตรวมทั้งเพื่อการบำรุงสายตาอาการตาล้า สายตาเลือน แล้วก็ปัญหาเรื่องสายตา

เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากอะไรอาการตาล้า สายตาเลือน เกิดขึ้นได้จากหลายกรณี ตัวอย่างเช่น การมองหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นวันๆการอ่านหนังสือต่อเนื่องกันเป็นเวลานานเกินไป

การจ้องสายตาตอนที่ขับรถ

ซึ่งมูลเหตุทั้งหมดทั้งปวงนี้ เกิดจากการที่เราใช้สายตามากเกินไป บำรุง สายตาeye บวกกับโลกของเราที่ร้อนขึ้นทุกวี่วันๆทำให้ดวงตาจะต้องพบเจอกับแสงสว่าง UV ซึ่งเป็นอีกหนึ่งต้นตอที่รังแกดวงตาถึงแม้โรคที่เกี่ยวกับสายตาจะไม่ถูกเจอในระยะแรก แต่กลับพบว่ามีโรคหนึ่งที่เจอเพิ่มขึ้นอย่างเป็นจริงเป็นจัง นั่นเป็น

โรคจอประสาทตาเสื่อมก่อนวัยอันควรจะ (Age-related macular degeneration) ที่เรียกสั้นๆว่าโรค AMD ซึ่งอันตรายอย่างยิ่ง ในระยะเริ่มต้นจะยังไม่แสดงอาการอะไร ทำให้ผู้ที่เป็นโรคนี้ประมาทโรค AMD ไม่ได้มีต้นเหตุมาจากต้อกระจก ต้อหิน สายตาสั้น หรือสายตายาว แต่ว่ามีสาเหตุจากจอประสาทตาเริ่มเสื่อมมากขึ้นเรื่อยๆ มีลักษณะอาการตามัว เห็นภาพบิดเบี้ยว

เห็นจุดดำอยู่กลางภาพ เมื่อหน้าจอประสาทตาดับ จากเดิมที่เห็นอยู่ ก็จะมืดลงและก็ดับไปท้ายที่สุด

AMD เป็นโรคตาบอดก่อนวัย ปัจจุบันนี้ยังไม่มีแนวทางรักษาหน้าจอประสาทตาเสื่อมให้หายสนิท

ก็เลยเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ควรคุ้มครองก่อนจะสายเกินความจำเป็น ซึ่งนอกจากการดูแลถนอมดวงตาที่จำต้องตั้งใจ ของกินบำรุงสายตา วิตามินบํารุงสายตา เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้ดวงตา

โรคที่เกี่ยวกับสายตาเมื่อแก่ขึ้นเว้นแต่โรค Age-related macular degeneration (AMD) หรือโรคจอประสาทตาเสื่อมก่อนวัยอันควรจะที่เกิดอันตรายถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นแล้วเมื่อแก่ขึ้น

เราบางทีอาจจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับโรคที่เกี่ยวกับสายตาโรคอื่นๆที่อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองมองเห็น ซึ่งเริ่มเจอในคนที่อายุลดน้อยลงสายตายาวตามอายุ (Presbyopia)

เกิดขึ้นจากการที่เลนส์แก้วตาขาดความยืดหยุ่น กล้ามในตาที่ช่วยทำให้ปรับกำลังของตาสำหรับเพื่อการดูใกล้ดำเนินงานห่วยลง ทำให้จำต้องสวมแว่นตาเวลาดูใกล้ต้อกระจก (Cataract) มีสาเหตุมาจากเลนส์แก้วตาแข็งรวมทั้งขุ่นขึ้น สายตาก็เลยมัวลง จะเร็วหรือช้า มากหรือน้อย ขึ้นกับระดับและตำแหน่งของความมัว สามารถผ่าตัดใช้เครื่องสลายต้อ

ใส่แก้มตาเทียมแทนต้อหิน (Glaucoma)

เป็นผลมาจากความเสื่อมโทรมของเส้นประสาทตา ทำให้สูญเสียการมองมองเห็นได้ในที่สุด อาการช่วงแรกที่เจอเป็นจะมีความดันลูกตาสูง

แม้เป็นต้อหินแบบเฉียบพลัน จะปวดตา ตามัว และก็มองเห็นรุ้งกินน้ำรอบดวงไฟ อาจปวดศีรษะ อ้วก อ้วกร่วมด้วย แนวทางรักษา ใช้ยาหยอดตาแล้วก็ยารับประทานลดระดับความดันในลูกตาหรือผ่าตัดน้ำวุ้นตาเสื่อม (Vitreous Floaters) มีเหตุมาจากวุ้นตาเสื่อม น้ำวุ้นในตาเปลี่ยนสภาพ แลเห็นเป็นเงาดำ จุด เส้น วง

เส้นใยแมงมุมลอยไปๆมาๆ หรือมีแสงวาบเหมือนฟ้าแลบหรือแสงสว่างแฟลช หากปล่อยทิ้งกระทั่งจอประสาทตาฉีกให้ขาด หลุดลอก จะสูญเสียการมองมองเห็นถาวรเบาหวานขึ้นตา (Diabetic Retinopathy) พบในคนป่วยด้วยโรคเบาหวาน ปัจจัยกำเนิดน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้หลอดเลือดและระบบประสาทเสื่อมลง ทำให้ชั้นจอประสาทในลูกตาเสื่อม

หากทิ้งเอาไว้ไม่ได้รับการรักษาจะทำให้ตามัวแล้วก็ตาบอดได้ตาแห้ง (Dry Eyes) เกิดขึ้นได้เนื่องมาจากหลายสาเหตุ ยกตัวอย่างเช่น การทำงานไม่ดีเหมือนปกติของต่อมไขมันที่กลีบตา (Meibomian Gland Dysfunction) การใส่คอนแทคเลนส์

มองจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์นานๆทำให้การมองมองเห็นมัวลง รักษาได้โดยใช้น้ำตาเทียม และก็ปรับพฤติกรรมต้อเนื้อ (Pterygium) มีต้นเหตุมาจากความเสื่อมโทรมสภาพของเยื่อบุตา ทำให้มีเยื่อไม่ปกติเป็นเยื่อสีแดงยื่นเข้าไปในตาดำเป็นสามเหลี่ยม เบาๆลุกลาม ถ้าหากเป็นมาก ใกล้หรือบังปิดรูม่านตา การมองเห็นจะแตกต่างจากปกติ มีสายตาเอียงเยอะขึ้นหรือตามัวลงมากต้อลม (Pinguecula)

เกิดขึ้นได้เนื่องมาจากการสลายตัวของเยื่อบุตาเหมือนกันกับต้อเนื้อ แต่ยังไม่แพร่กระจายเข้าตาดำเป็นอยู่รอบๆเยื่อบุตาเพียงแค่นั้น จะมีอาการเพียงแค่เคือง แม้กระนั้นตาไม่มัวลง ถ้าเกิดเป็นร้ายแรงยื่นเข้าตาดำจะแปลงเป็น

ต้อเนื้อ วิตามินเอ บำรุง สายตา eye ที่อยู่ในของกิน มี 2 ลักษณะ

1. วิตามินเอบริสุทธิ์ (Retinol) พบได้ในผลิตผลจากสัตว์ เป็นต้นว่า ตับ ไข่แดง น้ำนม เนย

2. แคโรทีนอยด์ ยกตัวอย่างเช่น แคโรทีน ลูทีน ซีอะแซนทิน แหล่งของแคโรทีนเป็นผักผลไม้ที่มีสีส้มหรือสีเหลือง อย่างเช่น แครอท มะละกอ ฟักทอง มะม่วง ส้ม ขนุน เสาวรส และก็แหล่งของลูทีนกับซีอะแซนทินคือ ผักโขม ผักคะน้า ข้าวโพดหวาน บร็อกโคลี ถั่ว รวมทั้งผลไม้ที่มีสีแดง ส้ม เหลืองวิตามินซี นอกจากลูทีนและก็ซีอะแซนทินแล้ว

ผลไม้ที่มีสีแดง ส้ม เหลือง ก็ยังให้ “วิตามินซี” สูง

ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้ดีมากเลยเชียว โดยมีการศึกษาค้นคว้าพบว่า ถ้าเกิดรับประทานวิตามินซีวันละ 490 มิลลิกรัมขึ้นไป สามารถลดความเสี่ยงต่อโรคต้อกระจกได้ถึง 45% เพราะว่าวิตามินซีเป็นสารที่ใช้เพื่อการผลิตคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบหนึ่งของกระจกตาแล้วก็เยื่อบุตา

เช่นเดียวกับวิตามินอีที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีที่บางทีอาจเจอได้ในพวกถั่ว เมล็ดพืช ผักใบเขียวแนวทางสำหรับดูแลดวงตากระพริบตาให้บ่อยมากขึ้น ปกติแล้วคนเราจะกระพริบตาโดยเฉลี่ย 18 ครั้งใน 1 นาที แม้กระนั้นการจ้องจออาจจะส่งผลให้ความถี่สำหรับในการกระพริบตาต่ำลงโดยไม่ทันได้รู้สึกตัว นำมาซึ่งการทำให้ความชุ่มชื้นในตาลดลง

เกิดภาวะตาแห้ง แสบตา ร้องไห้หลายครั้ง

โดยเหตุนี้หมั่นเตือนตัวเองให้กระพริบตาเสมอเพื่อลดการเสี่ยงของการเกิดตาแห้งทดลองยื่นมือไป “Hi five” กับจอ บางทีอาจมองเป็นเรื่องขำขันที่จะต้องยื่นมือไปทักทายกับหน้าจอ แต่กระบวนการทำแบบนี้ถือได้ว่าเป็นการทดสอบที่ช่วยเช็คระยะห่างระหว่างสายตาแล้วก็จอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระยะที่พอดีโดยไม่ส่งผลให้ดวงตาเมื่อยล้าดูความสว่างของบริเวณแวดล้อม การทำงานอยู่จอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน

ในสิ่งแวดล้อมที่มีแสงไฟพอเพียง จะช่วยให้รู้สึกสบายตา ลดความเสี่ยงของการเกิดตาล้าปรับแสงสว่างหน้าจอให้พอดิบพอดี ควรจะปรับแสงสว่างให้รู้สึกสบายตาไม่สว่างจ้าหรือมืดกระทั่งเกินไปเพราะเหตุว่าจะก่อให้เกิดการเพ่งพินิศมากกว่า

กินวิตามินบำรุงสายตา

จำพวกวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี บำรุง สายตา eye รวมทั้งกรดไขมันอื่นๆดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นการกินอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสีสูงก็ช่วยบำรุงดวงตาได้เช่นเดียวกัน โดยได้ผลดีต่อเรตินา และก็เป็นสารสำคัญสำหรับการทำงานของเอนไซม์

ช่วยชะลอความเสื่อมโทรมของหน้าจอประสาทตา สังกะสีเจอได้ในเนื้อสัตว์ทุกชนิดรวมทั้งอาหารทะเล แต่ว่าดังนี้ก็ต้องระวังแนวทางปรุงอาหารด้วย เพราะเหตุว่าหากปรุงด้วยแนวทางทอด หรือเลือกเนื้อสัตว์ชนิดติดมันมากจนเกินไป รับประทานเป็นประจำนอกเหนือจากการที่จะทำให้น้ำหนักเกินมาตรฐาน ซึ่งทำให้มีการเสี่ยงที่จะเกิดโรคหน้าจอประสาทตาเสื่อมอีกด้วยวิตามินบี 2 (Riboflavin)

ช่วยสำหรับในการบำรุงสายตา

เยื่อเมือกตาและก็ม่านตา หากขาด จะมีลักษณะเลือดออกในตา ตาไวต่อแสงสว่าง อาการแสบตา ซึ่งทาง National Institute of Health ได้แนะนำขนาดต่อวันคือ 1.1-1.3 mg โดยจะพบวิตามินบี 2 ได้ในอาหารพวก สินค้านม เนื้อ

ธัญพืชยังมีพืชสมุนไพรอีกหลากหลายประเภทที่ผลต่อยับยั้งการทำงานของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวเนื่องกับการอักเสบ ช่วยลดการเสื่อมของตาเช่น ขมิ้น โสม แปะก๊วย บำรุง สายตา eye ชาเขียวสุดท้ายนอกจากรับประทานอาหารที่มีวิตามินบำรุงสายตาแล้ว

แม้จึงควรใช้สายตามากมายๆชี้แนะให้พักสายตาทุก 30 นาที โดยการมองต้นไม้หรือวัตถุสีเขียว หรือบางทีอาจกระพริบตาให้บ่อยขึ้น ซึ่งจะเป็นช่วยคลายกล้ามเนื้อรวมทั้งเส้นประสาทดวงตา ช่วยลดความเมื่อยล้าของตาได้ และควรควบคุมด้านการกินอาหาร บริหารร่างกายเป็นประจำ เพื่อลดโอกาสการเป็นโรคต่างๆที่อาจมีผลต่อดวงตาได้อาหารเสริมบำรุงสายตา วิตามินบำรุงสายตา ชนิดใด ที่จำเป็นจะต้องต่อดวงตาจากการศึกษาผลลัพธ์ งานศึกษาค้นคว้าและการวิจัย ต่างๆพบว่าสารอาหาร

วิตามิน ที่สามารถช่วยบำรุงสุขภาพดวงตา

ช่วยถนอมสายตา ได้มักประกอบไปด้วย ลูทีน, ซีแซนทีน, วิตามินเอ, โอเมเก้ 3, บิลเบอร์ปรี่สกัด, เบต้าแคโรทีน ดังข้อมูลด้านล่างนี้

ลูทีน (Lutein) มักพบในตาบริเวณจุดรับภาพ และก็หน้าจอประสาทตา ปฏิบัติภารกิจคุ้มครองรังสีจากแดด ช่วยกรองแสงสีสีน้ำเงินที่จะทำลายดวงตาและก็ช่วยปกป้องรักษาเซลล์ของจอประสาทตา การกินลูทีนวันละ 6 มก.

ช่วยลดความเสี่ยงของโรคจอประสาทตาเสื่อมได้ถึง 50%

ซีแซนทีน (Zeaxanthin) พบได้มากในดอกดาวเรือง โกจิเบอร์รี่ ผักคะน้า แตงร้านและฟักทอง โดยแซนทีนเป็นองค์ประกอบสำคัญในจอตา (Retina) โดยเฉพาะส่วน Macular ที่ประกอบไปด้วยเซลล์รับแสง

ยิ่งไปกว่านี้ยังปฏิบัติภารกิจกรองแสงและช่วยลดการสะท้อนของแสงสว่างเหมือนกันกับลูทีน มีคุณสมบัติสำหรับเพื่อการป้องกันโรคที่เกี่ยวกับดวงตาวิตามินเอ (Vitamin A) ช่วยทำให้ปรุงการมองมองเห็น ส่งผลการค้นคว้าที่เสนอแนะว่าการกินวิตามินเอ

จะช่วยชะลอการเกิดโรคที่รังแกหน้าจอประสาทตา (retina) ได้ ยิ่งกว่านั้นยังช่วยคุ้มครองโรคที่เกิดขึ้นและมีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาที่เกิดกับคนแก่โอเมก้า 3(Omega 3) มีการวิจัยมากมายพบว่า โอเมก้า-3 จะช่วยผลิตน้ำตาให้มากเพิ่มขึ้น

ช่วยให้ดวงตาเปียกชื้น ลดอาการตาแห้ง สาเหตุของสายตาขุ่นมัว งานศึกษาวิจัยบางชิ้นยังแสดงให้เห็นว่าผู้ที่กินอาหารที่มีโอเมก้า 3 จำนวนมาก เสี่ยงเกิดจอประสาทตาเสื่อมลดน้อยลงใบเสร็จรับเงินเบอร์รี่สกัด (Bilberry extract)

ช่วยป้องกันเลนส์ตา และก็สร้างความแข็งแรงให้กับคอลลาเจนซึ่งเป็นโครงสร้างของกระจกตา (Cornea) และก็เส้นเลือดฝอยในตา ป้องกันเซลล์ดวงตาขุ่นหมอง ที่มาของโรคต้อกระจก และก็ช่วยการมองเห็นในที่มืดให้กระจ่างขึ้น

lauramoraniglesias

บำรุง สายตาeye
บำรุง สายตาeye

บำรุง สายตาeye วิตามินที่ช่วยทำนุบำรุงสายตา

บำรุง สายตาeye วิตามิน เอาง่ายๆเป็น สารอาหารที่ร่างกายมนุษย์ปรารถนา เพื่อเซลล์ดำเนินงานสำหรับการเจริญเติบโตรวมทั้งความเจริญต่างๆดวงตา

เป็นส่วนหนึ่งในร่างกายของพวกเราก็เลยจำเป็นจะต้องได้รับวิตามินที่ร่างกายพวกเราไม่สามารถที่จะผลิตด้วยตนเองได้โดยอาศัยจาก

สารอาหารที่พวกเรารับประทานอาหารแต่ละมื้อ

ที่สามารถแบ่งแบ่ง 10 ประเภทได้ ดังนี้ วิตามิน A (Vitamin A) เป็นวิตามินชนิดละลายไขมันช่วยทำนุบำรุงในส่วนลักษณะการทำงานของหน้าจอประสาทตา มีหน้าที่สำคัญสำหรับในการเห็นในเวลากลางคืนและคุ้มครองการแพ้แสงสว่างต่างๆที่สำเร็จเสียต่อสายตา วิตามิน A (Vitamin A) พบได้ทั่วไปใน

ของกินที่มาจากเนื้อสัตว์ ยกตัวอย่างเช่น ตับ สินค้าจากนม ไข่แดง น้ำมันตับปลา ฯลฯ และทั้งในผักส่วนใหญ่มีสีเหลือง ส้ม แดง รวมทั้งเขียวเข้ม เป็นต้นว่า

ผักปวยเล้ง ผักโขม ข้าวโพด มันฝรั่ง ฟักทอง คะน้า และก็อื่นๆวิตามิน B (Vitamin B) เป็นวิตามินจำพวกละลายน้ำแบ่งย่อยที่มีมากมาย

เกี่ยวกับบำรุงสายตามีวิตามินบี บำรุงสายตาeye ช่วยหน้าที่สำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามิน B1 กับ B12 ซึ่งช่วยสำหรับเพื่อการชะลอการเกิดต้อกระจกของดวงตา วิตามิน B (Vitamin B)

บำรุง สายตาeye พบได้ทั่วไปใน วิตามินบี 1

เป็นต้นว่า ขนมปังโฮลวีต ถั่วเหลือง ถั่วดิน รำข้าว นม ปลา เนื้อออร์แกนิก เนื้อหมูไม่ติดมัน ส่วนแหล่งอาหารที่พบในวิตามินบี 12

เช่น เนื้อวัว ตับ เนื้อปลา ไข่ และสินค้าจากนม วิตามิน C (Vitamin C) เป็นวิตามินจำพวกละลายน้ำและก็เป็นสารต้านทานอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง โดยมีการเล่าเรียนที่ค้นพบว่า

วิตามินซีมีส่วนช่วยชะลอการเกิดต้อกระจกได้

จะช่วยบำรุงรักษาหลอดเลือดฝอยให้แข็งแรงแล้วส่งเลือดไปยังหน้าจอประสาทตาและก็เลนส์ตาได้ดีขึ้น ก็เลยช่วยชะลอความเสื่อมจากโรคต้อกระจกแล้วก็จอประสาทตาเสื่อมได้ วิตามิน C (Vitamin C) พบได้มากใน ผลไม้รสเปรี้ยว (เป็นต้นว่า ส้ม, มะม่วง )

ผลไม้จำพวกเบอร์ปรี่ (อาทิเช่น บลูเบอรี่, สตรอเบอรี่) มันฝรั่ง บำรุง สายตา eye มะเขือเทศ ดอกกะหล่ำ พริกไทย รวมทั้งบรอกโคลี วิตามิน E (Vitamin E) เป็นวิตามินประเภทละลายไขมันและยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในเซลล์รับแสงที่หน้าจอประสาทตา ช่วยคุ้มครองดวงตาจากแดด

ยังมีการเล่าเรียนพบว่า วิตามินอีมีส่วนช่วยลดการเสี่ยงโรคต้อกระจกได้ วิตามิน E (Vitamin E) พบบ่อยใน ข้าวซ้อมมือ ถั่วเมล็ดแห้ง งา ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ น้ำมันพืช น้ำมันดอกคำฝอย ข้าวโพด

รวมทั้งถั่วเหลืองพวกเราเกือบจะไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยว่าตอนนี้ เวลาพวกเราจะดำเนินงานอะไร ทุกๆอย่างล้วนเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟนอยู่เสมอๆทั้งยังการทำงาน การศึกษาเล่าเรียน

หรือกิจกรรมบรรเทา ดังเช่นว่า เล่นเกม ดูภาพยนตร์ ฟังเพลง ทำให้เราจะต้องใช้สายตาเพ่งจออยู่แทบตลอดเวลา นานวันเข้าก็เริ่มที่จะเกิดปัญหาทางด้านสายตา ดังเช่น

ลักษณะของการปวดตา ตามัว ตาแห้ง ตาล้า สายตาสั้น บำรุง สายตาeye หรือผลข้างเคียงอื่นๆดังเช่น อาการปวดหัว ปวดหลัง ปวดเมื่อยคอ ซึ่งจากสถิติพบว่าผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์มากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน ชอบเจอกับ

ปัญหาสายตาหลักๆ4 โรค อย่างเช่น

1. โรควุ้นในตาเสื่อม มีลักษณะอาการเป็น

  • เห็นเสมือนดกกไย่ลอยไปมา
  • มองเห็นแสงไฟคล้ายแสงสว่างแฟลช

2. โรคสายตาสั้น เอียง มีลักษณะเป็น

  • มองภาพเบลอ ไม่ชัด
  • ปวดตา ตาล้า จำต้องจ้องดูสายตา

3. โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม มีลักษณะเป็น

  • มีลักษณะตาแห้ง แสบตา เคืองตา ปวดตา แล้วก็ปวดหัว
  • ใช้สายตานานๆแล้วเริ่มมองไม่ชัดเจน

4. โรคหน้าจอประสาทตาเสื่อม มีลักษณะเป็น

  • เห็นภาพเหยเก หรือมีจุดดำกึ่งกลางภาพ
  • มองเห็นผ้ามีสีซีดลง

วิตามินชนิดใดบ้าง ที่อาจช่วยบำรุงสายตาได้ ?

วิตามินเอ (Vitamin A)วิตามินเอ เป็นวิตามินที่เช้าใจกันว่าช่วยบำรุงสายตาและก็การมองเห็น กระตุ้นการเติบโตของเซลล์ และก็แนวทางการทำงานของระบบภูมิต้านทานร่างกายวิตามินเอ

บำรุง สายตาeye แบ่งออกเป็น 2 ประเภท

เป็นเรตินอยด์ (Retinoids) เป็นวิตามินเอชนิดที่เห็นแก่ได้รับจากการบริโภคของกินจำพวกเนื้อสัตว์เบต้า แคโรทีน (Beta-carotene)

เป็นวิตามินเอชนิดที่เอาแต่ได้รับจากการบริโภคอาหารจำพวกพืช ผัก ผลไม้โดยแหล่งอาหารที่สำคัญของ วิตามินเอ ตัวอย่างเช่น เนื้อสัตว์ ตับ เครื่องในสัตว์ เนื้อปลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาแซมอน ผักใบเขียว ผักที่มีสีเหลืองหรือสีส้ม ดังเช่นว่า ฟักทอง แครอท ผลไม้ ตัวอย่างเช่น มะม่วง แคนตาลูป นม และสินค้าที่ทำมาจากนม เป็นต้นแต่

การบริโภควิตามินเอเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่มากเกินควรอาจทำให้กำเนิดโทษและอันตรายต่อสุขภาพได้ด้วยเหมือนกัน

กะพริบตาให้ถี่ขึ้นอาการตาแห้งมีเหตุมาจากการที่เรากะพริบตาน้อยลง เนื่องจากมีสมาธิระหว่างทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์

อัตราการกะพริบตาเดียวจะน้อยลงจาก 20 – 22 ครั้งต่อนาที เหลือแค่ 6 – 8 ครั้งต่อนาที จึงควรที่จะกะพริบตาให้ถี่ขึ้น หรืออาจใช้น้ำตาเทียมหยอดตาเพื่อช่วยเพิ่มความชื้น

2. จัดวางตำแหน่งคอมพิวเตอร์ให้สมควรควรจะจัดให้มีระยะห่างระหว่างจอภาพกับตัวเราราวๆ 50-70 ซม. จัดระดับจอภาพให้อยู่ในระดับสายตาโดยประมาณ 4-9 นิ้วจากพื้นหรือโต๊ะตั้งคอมพิวเตอร์ ไม่สมควรให้จอภาพอยู่สูงหรือต่ำเหลือเกิน

3. ปรับความสว่างของห้องจัดให้รอบๆหน้าต่างอยู่ทางด้านข้างของจอคอมพิวเตอร์ เพื่อลดแสงตกสะท้อนบนหน้าจอ แล้วก็ควรจะปิดไฟบางดวงที่ก่อกวนการทำงาน เนื่องจากว่าปัญหาส่วนใหญ่มีสาเหตุจากความสว่างที่มากเกินความจำเป็น หากมีแสงจ้าจากหน้าต่างควรใช้มูลี่เพื่อปรับแสงให้ผ่านเข้ามาได้เพียงแต่บางส่วน

ไม่เข้าตาโดยตรง และเลี่ยงการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีพื้นผิวสะท้อน บำรุง สายตาeye เป็นต้นว่า โต๊ะสีขาว ควรที่จะใช้อุปกรณ์ที่มีผิวด้านสะท้อนแสงไม่มากมายจะดีมากกว่า

4. ขจัดปัญหาเรื่อง “ขนาด”ความละเอียดของหน้าจอ หรือ screen resolution เป็นสิ่งที่ทำให้หน้าจอมีความละเอียดของภาพหรือ ตัวหนังสือแตกต่างกัน ดังนั้นจึงต้องควรปรับค่าความละเอียดให้พอดิบพอดีกับขนาดของหน้าจอ ไม่ควรเล็กหรือใหญ่เกินไป

ด้วยเหตุว่าจะก่อให้ขนาดของภาพและตัวอักษรผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง

5. เลือกใช้แว่นตาที่เหมาะสมกับการใช้คอมพิวเตอร์ปัจจุบันนี้มีแว่นที่ผลิตมาเพื่อกรองแสงจากจอโดยเฉพาะ เลนส์แว่นฉาบด้วยวัสดุซึ่งสามารถคุ้มครองป้องกันรังสีจากจอก้าวหน้า

แล้วก็สามารถเอามาตัดเป็นแว่นสายตาสำหรับคนสายตาสั้น-ยาว ด้วยเหตุผลดังกล่าวถ้าจำต้องใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ควรที่จะเลือกใช้แว่นประเภทนี้

และก็ใช้เลนส์สีเขียวอ่อนที่สามารถจะช่วยให้รู้สึกสบายตา และก็เพื่อลดแสงสะท้อนจากจอภาพ

6. พักสายตาทุกๆชั่วโมงควรเปลี่ยนท่าทาง หรือลุกขึ้นยืนยืดเส้นยืดสายบ้าง โดยละสายตาจากจอ แล้วมองออกไปในระยะไกล สัก 10 – 20 วินาที แล้วกลับมาดูในระยะใกล้ ทำสลับกันไปหลายๆครั้ง จะช่วยให้คลายสายตาจากความอ่อนล้าก้าวหน้าวิตามินซี (Vitamin C)วิตามินซี

เป็นวิตามินอีกชนิดหนึ่งที่สำคัญต่อร่างกาย

ทั้งยังช่วยทำนุบำรุงให้เซลล์ต่างๆภายในร่างกายยังคงร่างกายแข็งแรงแล้วก็ปฏิบัติงานได้ตามเดิม ช่วยสร้างเสริมระบบกระดูกรวมทั้งกระดูกอ่อน ระบบไหลเวียนโลหิต กระตุ้นให้มีผิวพรรณดี รวมทั้งช่วยทำให้แผลสมานตัวก้าวหน้าเพิ่มขึ้นวิตามินซีพบได้มากในของกินจำพวกผักผลไม้

โดยแหล่งของกินที่สำคัญของวิตามินซี เช่น ส้ม สตรอคอยว์เบอร์รี กีวี่ แคนตาลูป มะเขือเทศ พริกหยวก บร็อคโคลี่ กะหล่ำปลี เป็นต้นอย่างไรก็ดี การบริโภควิตามินซีไปสู่ร่างกายในจำนวนที่มากเกินความพอดีอาจทำให้เกิดโทษรวมทั้งอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้เช่นกัน

โดยการบริโภควิตามินซีในปริมาณมากมักพบได้ในคนที่บริโภควิตามินซีในแบบอาหารเสริม ซึ่งการได้รับวิตามินซีเข้าสู่ร่างกายมากเกินกว่า 1,000 มิลลิกรัม/วัน

อาจจะก่อให้เกิดผลใกล้กันได้ อาทิเช่น เจ็บท้อง ท้องเดิน หรือท้องอืดท้องเฟ้อ ฯลฯด้วยเหตุนี้ ผู้ซื้อควรศึกษาค้นคว้าจำนวนวิตามินซีที่เหมาะสมที่ร่างกายควรได้รับต่อวันก่อนการบริโภค

และหารือแพทย์ทุกหนก่อนจะมีการบริโภคอาหารเสริมหรือวิตามินต่างๆดังนี้ ปริมาณวิตามินซีที่ชี้แนะให้ควรได้รับโดยเฉลี่ยในคนแก่อายุ 19-64 ปี คือ 90 มก.ในผู้ชาย และก็ 75 มิลลิกรัมในผู้หญิง

วิธีการใช้สายตาอย่างเหมาะควรสำหรับคนที่จะต้องมองหน้าจอเป็นระยะเวลาที่ยาวนานๆ

1. น่าจะอยู่ในอาการที่เหมาะสมสำหรับเพื่อการอ่าน แล้วก็ชี้แนะให้เปลี่ยนท่าทางเสมอๆเพื่อไม่ให้ก้มคออยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานเกินความจำเป็น

2. พักสายตาเป็นระยะทุกครึ่งชั่วโมง ด้วยการทอดสายตาไปไกลๆมองดูสิ่งของที่ห่างไปไม่น้อยกว่า 20ฟุต หรือหลับตานิ่งๆราวห้านาที ก่อนกลับมาใช้งานหน้าจอต่อ

3. ไม่ฝืนอ่านตัวหนังสือที่มีขนาดเล็กเกินความจำเป็น ซึ่งทำให้ต้องเพ่ง ควรปรับขนาดตัวเขียนให้อ่านง่าย สบายตา

4. เลี่ยงการใช้แรงงานจอในขณะอยู่บนยานพาหนะที่มีการสั่นสะเทือนซึ่งจะทำให้ภาพหรือตัวเขียนสั่นไปด้วย

5. ปรับความสว่างของจอให้สบายตา ไม่สว่างจ้าเกินไป

6. คนที่มีปัญหาสายตาแตกต่างจากปกติต้องมีแว่นสำหรับอ่านหนังสือที่เข้ากับค่าสายตาและก็เหมาะสมกับระยะสำหรับในการมองหน้าจอ

7. ควรจะหาตำแหน่งในห้อง หรือสถานที่ที่พวกเรากำลังใช้งานหน้าจอ ให้แสงสว่างตกกระทบเฉๆกับจอ เพื่อลดแสงสะท้อนก่อกวน

8. อย่าใช้งานจอติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไปในทุกๆวัน ควรสังเกตว่าการใช้งานจอนานเท่าใด ที่ทำให้เกิดความรู้สึกตาล้า และมีตาพร่าเลือน

9. กะพริบตาเสมอๆเพื่อลดอาการตาแห้ง แล้วก็หลีกเลี่ยงการใช้สายตานานๆในที่ที่มีอากาศแห้ง หรือลมพัดไปสู่ดวงตา

10. คนที่รู้อยู่แล้วว่าตาแห้งหรือผู้ที่ใส่คอนแท็กเลนส์ควรจะใช้น้ำตาเทียมหยอดตา เมื่อจำเป็นต้องใช้งานหน้าจอ สมาร์ทโฟนหรือเเท็บเล็ตเป็นระยะเวลาที่ยาวนานๆจะช่วยลดปัญหาตาแห้งได้ออกไปข้างนอกบ้างการอุดอู้อยู่ที่เดิมเป็นระยะเวลาที่ยาวนานๆทำให้สายตาเราชินกับระดับแสงเดิมๆและรู้สึกเคร่งเคลียดอย่างไม่รู้ตัว ดังนั้นเราควรละจากจอคอมแล้วลุกออกไปเดินสูดอากาศภายนอกบ้างสัก 15 นาที

เพราะจะมีผลให้สายตาได้สัมผัสกับระดับแสง

ที่ไม่เหมือนกับในห้อง ทำให้สมองรวมทั้งสายตาได้ผ่อนคลายเพื่อไม่ให้เกิดความอ่อนล้า ซึ่งจะทำให้พวกเรารู้สึกมีพลังขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแม้จะกระทำตามข้อเสนอข้างต้นแล้ว แม้กระนั้นเราก็ควรตรวจสุขภาพตาอย่างสม่ำเสมอ เพียงปีละ 1 ครั้ง

เพื่อวัดความดันตา ตรวจเช็กหน้าจอประสาทตารวมทั้งความไม่ปกติของสายตา เนื่องจากว่าโรคตาบางอปิ้งจะไม่แสดงอาการกระทั่งกำลังจะถึงขั้นรุนแรงแล้ว หากตรวจเจอโรคตาตั้งแม้กระนั้นเริ่มต้น ก็จะได้รับการรักษาอย่างทันทีทันควัน เพื่อช่วยคุ้มครองป้องกันการสูญเสียการมองเห็นนั่นเองปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานแจ่มกระจ่างว่า

การใช้งานหน้าจอสมาร์ทโฟน หรือเเท็บเล็ตกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดโรคตาต่างๆไม่ว่าจะเป็นต้อกระจก ต้อหิน หรือหน้าจอประสาทตาเสื่อม แต่ในอนาคตแม้เราติดตามแล้วก็เฝ้าระวังการเกิดโรคเป็นเวลานานหลายๆปี

อาจเจอข้อมูลว่าการใช้งานจอเครื่องมือดิจิตอลกลุ่มนี้นำมาซึ่งการก่อให้เกิดโรคตาก็เป็นไปได้ ดังนั้นการใช้งานหน้าจอสมาร์ทโฟน หรือเเท็บเล็โคนปิ้งเหมาะสมดูเหมือนจะเป็นแนวทางที่ช่วยทำให้เราใช้เทคโนโลยีอย่างรู้ทัน ไม่เฉพาะแต่เพื่อลดการเสี่ยงสำหรับเพื่อการกำเนิดโรคทางตาที่ยังไม่เคยทราบข้อมูลแจ้งชัดในขณะนี้

แต่ยังช่วยถนอมรักษาสายตาของพวกเราไว้ใช้ได้นานๆอีกด้วยบ่อยครั้งที่หมอรักษาสายตามักจ่ายวิตามินบำรุงสายตาประเภทต่างๆแทนยาหยอดหรือยาทานให้กับคนป่วย เพราะเหตุว่าอาการทางตาในบางอาการ สามารถรักษาได้อย่างง่ายดายด้วยการรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์

หรือสารอาหารที่บำรุงสายตารวมทั้งป้องกันอันตรายต่อดวงตาได้

ควรจะเลือกทานผักหรือผลไม้ที่มีคุณประโยชน์

1. ผักผลไม้สีแดง มีสารซีแซนทิน ที่ช่วยบำรุงรักษาสายตารวมทั้งชะลอหน้าจอประสาทตาเสื่อม เพราะว่าสารนี้จะปฏิบัติภารกิจปกป้องรังสีจากแดดที่เป็นโทษต่อดวงตารวมทั้ง

ช่วยปกป้องรักษาเซลล์ของหน้าจอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลาย เจอในผลไม้ตระกูลเบอร์ปรี่ อาทิเช่น โกจิเบอร์ปรี่ สตรอเบอร์รี่ มะเขือเทศ ฯลฯ

2. ผักผลไม้สีเหลือง ช่วยลดความเสี่ยงโรคต้อกระจก เพราะว่ามีสารซีแซนทินและก็สารต้านอนุมูลอิสระ ปฏิบัติหน้าที่ดูดซึมแสงสว่างส่วนเกินและปกป้องไม่ให้แสงทำลายเลนส์ตาพบในพริกหยวกเหลือง ซึ่งที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส รวมทั้งโพแทสเซียมสูง

3. ผักผลไม้สีเขียว ช่วยคุ้มครองปกป้องการเกิดต้อกระจก เนื่องจากว่ามีสารลูทีนอยู่มากมาย พบมากในพวกผักใบเขียวต่างๆเช่น ผักโขม คะน้า ผักบุ้ง ฯลฯ

4. ผักผลไม้สีม่วง ช่วยยั้งปัญหาตามวัยสำหรับผู้สูงอายุ ด้วยเหตุว่ามีสารแอนโทไซยานินและสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสารชนิดนี้จะช่วยคุ้มครองป้องกันไม่ให้มีการสะสมของสารสี

lauramoraniglesias