โรงงานรับผลิตครีมกันแดด

โรงงานรับผลิตครีมกันแดด

โรงงานรับผลิตครีมกันแดด ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแบบครบวัฏจักร ตั้งแต่การค้นคว้า คิดค้นสูตรเครื่องสำอาง สินค้าบำรุงผิวไม่ซ้ำใคร โดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมถึงกระบวนการผลิตที่ล้ำสมัย ปลอดภัยได้เกณฑ์ ASEAN GMP, ISO 9001, ISO 22716 เพื่อที่จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้มีความต้องการที่จะเจือธุรกิจภายใต้แบรนด์ผลิตภัณฑ์ของคุณเอง โดยทีมการตลาด และนักดีไซน์มือโปรที่จะคอยชมแลคุณตั้งแต่เริ่มต้น จนกระทั่งบรรลุความสำเร็จในธุรกิจเครื่องสำอาง

ครีมกันแดด : รอบรู้เรื่อง “ครีมกันแดด” อย่างครบสูตร !

หน้าแรก - โรงงานผลิตอาหารเสริม โรงงานรับผลิตครีม รับผลิตอาหารเสริม OEM

ครีมกันแดด
เมื่อผิวของพวกเราได้รับแสงแดด โดยยิ่งไปกว่านั้นแสงแดดที่แรงมากขึ้นทุก ๆ ปีในบ้านเรา เซลล์ผิวหนังก็จะสร้างpigmentเมลานินเพิ่มมากขึ้น จนนำมาซึ่งการทำให้ผิวหนังมีสีคล้ำขึ้น โรงงานรับผลิตครีมกันแดด และบางคนอาจเกิดข้อขัดแย้งฝ้า กระ ตามมา ถ้าได้รับแสงแดดจัดมาก ๆ ก็อาจจะทำให้เกิดอาการแดงหรืออาการถูกแดดเผาได้ นอกเหนือจากนี้นี้รังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวีในแสงแดดยังอาจจะทำให้กำเนิดโรคมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย

ประเภทของรังสียูวี

แสงแดดที่แทรกชั้นบรรยากาศลงมาถึงโลกของพวกเราได้นั้น จะมีรังสีแสงแดดที่มีผลต่อผิวหนังอย่างยิ่ง ซึ่งจะจำแนกเป็น 3 ณ เวลาคลื่นใหญ่ ๆ ร่วมกัน คือ

-ณ เวลาคลื่นณ เวลา 320-400 นาโนเมตร (คลื่นยาว) เราจะเรียกกันว่า รังสี UVA ซึ่งเป็นรังสีซึ่งสามารถแทรกซอนถึงผิวชั้นลึก ๆ หรือผิวหนังระดับด้านล่างได้ ทำลายเนื้อเยื่อและดีเอ็นเอของเซลล์ผิว (สามารถทะลุผ่านเมฆและกระจกได้อีกด้วย) โดยเป็นตัวทำลายคอลลาเจนและความชุ่มชื้นของผิวหนัง ทำให้ผิวแห้งจนกำเนิดริ้วรอยลึกหรือผิวเหี่ยวย่น (++++), นำมาซึ่งการก่อให้เกิดฝ้า กระ (+++), มะเร็งผิวหนัง (++) และผิวหม่นคล้ำ (+)
-เวลาคลื่นขณะ 290-320 นาโนเมตร (คลื่นกลาง) เราจะเรียกกันว่า รังสี UVB เป็นรังสีสามารถทะลุได้ถึงลำดับชั้นหนังลูกกำพร้าแค่นั้น จึงทำให้ผิวหนังแดงหรือผิวไหม้แดด ซึ่งเป็นตัวการหลักทำให้สีผิวของเราหมองคล้ำ หรือที่เราเรียกว่า “แดดเผา” (++++), เป็นมะเร็งผิวหนัง (+++), กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดริ้วรอย (++) และข้อขัดแย้งฝ้า กระ (+)
-ระหว่างคลื่นเวลา 200-290 นาโนเมตร (คลื่นสั้น) พวกเราจะเรียกกันว่า รังสี UVC ซึ่งในขณะนี้ยังส่องมาที่พื้นโลกได้ไม่มากนัก เนื่องจากว่าเกือบทั้งหมดถูกกรองไปแล้วโดยอันดับบรรยากาศโอโซนที่ห่อหุ้มโลกของเราอยู่ ก็เลยส่งผลให้ไม่มีผลิตภัณฑ์สำหรับการคุ้มครองรังสีจำพวกนี้

ค่า PA สำหรับการปกป้องรังสี UVA

PA หรือ Protection Grade of UVA เป็นค่าที่ชี้ให้เห็นถึงคุณสมบัติในการคุ้มครองผิวจากรังสียูวีเอ (UVA) ส่วนเครื่องเครื่องหมาย + ที่ตามหลังนั้นคือค่าขีดความสามารถสำหรับในการป้องกันผิว โรงงานรับผลิตครีมกันแดด โดยวัดเป็นเท่าของการเกิดผิวคล้ำดำ (Skin ผงสีation) โดยค่า PA จะมีอยู่ร่วมกัน 3 ระดับ ดังนั้น

-PA+สามารถคุ้มครองป้องกันรังสี UVA ได้ 1-4 เท่าของผิวทั่วไป หรือป้องกันได้เล็กน้อย
-PA++สามารถคุ้มครองปกป้องรังสี UVA ได้ 4-8 เท่าของผิวธรรมดา หรือปกป้องได้ขนาดปานกลาง (ทำงานในร่ม)
-PA+++สามารถคุ้มครองปกป้องรังสี UVA ได้ 8-16 เท่า หรือป้องกันได้มาก (ปฏิบัติการกลางแดด)
-PA++++สามารถคุ้มครองรังสี UVA ได้ 16 เท่าขึ้นไป หรือปกป้องได้สูงมาก (ทำงานกลางแดดตลอดเวลา)
ค่า PA เป็นค่าที่ประเทศญี่ปุ่นคิดขึ้น ไม่น่าจะใช่ค่าสากล ด้วยเหตุนั้นครีมกันแดดบางแบรนด์ ของเมืองนอกจึงไม่ได้ชี้เฉพาะค่า PA มาให้ แต่จะบอกถึงสารที่บรรจุมาซึ่งสามารถคุ้มครองรังสี UVA ได้ ดังเช่นว่า avobenzone, zinc oxide, titanium dioxide ฯลฯ

แต่แม้กระนั้น ค่า PA ก็หยิบเป็นค่าที่มีความสำคัญไม่แพ้ค่า SPF เลยล่ะ เพราะว่ามีผลของการทดทดสอบที่บ่งบอกถึงถึงความต่างของประสิทธิภาพสำหรับในการคุ้มครองปกป้องผิวเวลาการทาครีมกันแดดที่มีคุณค่า SPF เพียงอย่างเดียว โรงงานรับผลิตครีมกันแดด กับการทาครีมกันแดดที่มีทั้งค่า SPF และ PA ผลของการทดลองพบว่า ครีมกันแดดที่มีทั้ง SPF และ PA สามารถช่วยปกป้องผิวไม่ให้คล้ำเสียได้มากมายยิ่งกว่าครีมกันแดดที่ควรค่า SPF เพียงอย่างเดียวอย่างชัดเจน (ลำดับขั้นความหรือไม่้ของผิวหนังต่างกันมาก)

เจาะลึกสารกันแดด สมัย 4.0

ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา สินค้าคุ้มครองปกป้องแสงแดด ไม่ค่อยมีความหลากหลายสำหรับการตอบโจทย์ข้อขัดข้องผิวของคนซื้อ ซ้ำยังพบปัญหาอื่นๆตามมา อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า SPF สูงๆ ข้างหลังทาจะรู้สึกเหนียว เหนอะหนะ ส่งผลให้ผิวมัน เกิดสิวตามมา สารกันแดดชนิดสะท้อนหรือหักเหแสง (Physical Sunscreen) ทำให้สีผิวหน้าลอยขาวหรือหน้าวอก อีกทั้งสารกันแดดรุ่นเก่ายังปราศจากความเสถียรพอที่จะปกป้องรังสียูวีได้นาน อุปสรรคฝ้า กระ รอยดำ ก็เลยไม่ลดลง แม้ว่าจะทาไปในปริมาณมาก และสม่ำเสมอไป

ในขณะนี้ นับเป็นความโชคดีที่ได้เกิดการพัฒนาและปรับปรุงแก้ไข แก้ปัญหาของผลิตภัณฑ์กันแดดก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา จนเริ่มเป็นที่ยอมรับและใช้กันแพร่หลายเพิ่มขึ้น มาลองอัพเดท 3 Tips การคัดเลือกสินค้ากันแดดแบบรวมไปถึงและเจาะลึกกันค่ะ

สินค้ากันแดดที่ดีควรคุ้มครองป้องกันผิวได้ทั้งรังสี UVA-I, UVA-II และ UVB

แสงยูวีที่จะก่ออันตรายต่อผิวหนังจะแถมยังมีรังสี UVA I และ UVA II มีอำนาจทะลุทะลวงสูงเข้าสู่เกรดหนังแท้ ทำให้มีการเกิดวิธีการทำลายคอลลาเจนซึ่งเป็นสาเหตุหลักของรอยย่น ความหย่อนคล้อย กระ และมะเร็งผิวหนัง โดยที่รังสี UVA I หรือ Long UVA มีอำนาจทะลุทะลวงจำนวนเยอะที่สุด ส่วนรังสี UVB มีอำนาจทะลุทะลวงผิวหนังต่ำลงมากยิ่งกว่า ก็เลยเข้าสู่ลำดับหนังลูกกำพร้ากระตุ้นให้เกิดฝ้า ผิวคล้ำ ผิวมั๊ย้จากแดด (sunburn )

Sunscreen หรือสารกันแดดทุกตัว สามารถคุ้มครองปกป้องผิวจากรังสี UVB ได้ทุกตัว

แต่จะคุ้มครองป้องกันรังสี UVA-I และ UVA-II ได้ครบหรือเปล่านั้น นอกนั้นคำชวนเชื่อที่สินค้าอ้างที่ตัวบรรจุภัณฑ์ พวกเราสามารถชมสารกันแดดที่ปกป้องได้ครบถ้วน ว่าสารพวกนี้มีในผลิตภัณฑ์ที่พวกเราใช้ไหม

สารที่ปกป้องผิวจากรังสี UVA ได้ครบทั้ง UVA-I ,UVA-II และ UVB ก็คือ Titanium Dioxide ,Zinc Oxide ,Butyl Methoxydibenzoylmethane (Avobenzone) ,Bis-Ethylhexyloxyphenol Methoxyphenyl Triazine (Tinosorb® S), Drometrizole TriSiloxane (Mexoryl® XL), Terephthalylidene Dicamphor Sulfonic Acid (Mexoryl® SX) ,Methylene Bis-Benzotriazolyl Tetramethylbutylphenol (Tinosorb® M)

HOME